วังเวียง
สวัสดี วังเวียง
มาสปป. ลาวตั้งหลายครั้ง นั่งรถประจำทางเวียงจันทร์ – หลวงพระบาทก็หลายหน รถต้องแวะจอดวังเวียงทุกครั้ง แต่เท้าไม่เคยแตะพื้นดินวังเวียงสักที เพิ่งจะมีครั้งนี้ ที่ตั้งใจมาวังเวียงโดยเฉพาะ กะจะอยู่วังเวียงหลายวันหน่อย … วังเวียงที่ตาเห็น วังเวียงที่ใจได้สัมผัสจะต่างจากวังเวียงที่ได้อ่านในหนังสือ หรือได้ยินมามากน้อยแค่ไหน …

แรกสบตากับวังเวียง
ดูภาพเพิ่มเติม => ภาพเล่าเรื่อง
————————————————————————————————————————————————
เขียนที่ Molina Guesthouse, วังเวียง
วันนี้ (30 พย. 51) ตื่นแต่เช้า เก็บสัมภาระเตรียมเดินทางไปสถานีต่อไป (วังเวียง) ออกจากเฮือนพัก เรียกรถจัมโบ้ รถตุ๊กๆ ไปคิวรถสายใต้ (เมืองหลวง) ซื้อปี้ (ตั๋ว) 95,000 กีบ ไปลงวังเวียง 9:40 น. คนขายปี้ เบิ่งปี้เรียบร้อย ก็ได้เวลารถบขส.ลาวแล่นออกจากคิวรถมุ่งไปทางทิศใต้สู่นครเวียงจันทร์ (แต่เราจะลงวังเวียง) … รถวิ่งไปได้สักพัก ก็หลับตานอนด้วยฤทธิ์ข้าวเหนียวหมูแดดเดียว โชเฟอร์ขับรถได้ใจมาก มาสไตล์หวานเย็นเช่นเคย คนใจร้อนอาจเข้าใจว่า โชเฟอร์คงขับถึงเวียงจันทร์ชาติหน้า แถมคุณพี่จอดรถถี่เหลือเกิน เดี๋ยวจอดให้ปลดทุกข์ จอดให้หยุดซื้อของ จอดรับ-ส่งผู้โดยสาร (อันนี้ไม่ว่ากัน) จอดรับเครื่อง (ของ) ไปส่ง แต่ก็ไม่ลืมจอดให้กินข้าวเที่ยงด้วย กว่าจะถึงวังเวียงก็เป็นเวลา 4 โมงเย็น (กว่าๆ) แล้ว แดดร่มลมตก อากาศกำลังดี รถแตะเบรคตรงคิวรถเก่า มีผู้โดยสาร (นักท่องเที่ยว) พร้อมใจกันลงวังเวียง 4 คน … 3 คนแรกมาเป็นทีม (ฝรั่ง) ลงรถปุ๊บ มุ่งตรงไปยังตัวเมืองวังเวียงโดยไม่รอช้า อีกหนึ่ง (คือเรา) ขอแวะร้านเฝอริมทาง ทักทายปราศัยกับแม่ค้า (คนสวย) ขอฝากสัมภาระ เพื่อความสะดวกในการค่อยๆ เดินหาเฮือนพัก (Guesthouse) ในฝัน …

เฮือนพักโมลินา
เฮือนพักในฝันที่วังเวียง (ของเรา) ควรตั้งอยู่ริมน้ำซอง จะได้เห็นสายน้ำใสได้ทุกเวลา อีกด้านหนึ่งก็ต้องมองเห็นภูผาสูงชัน (จุดเด่นของวังเวียงอยู่ตรงสายน้ำ และภูเขา) มีบ่อเลี้ยงปลา ทุ่งนา และสวนเกษตรผสมผสาน เฮือนพักปลูกด้วยไม้ ยกพื้นสูง มีระเบียบรับลมยามบ่าย ผูกเปลญวนเอาไว้นอนเอกเขนก มีโต๊ะตั่งเอาไว้พาดขาแล้วนั่งอ่านหนังสือตอนเย็นๆ … ที่นี่คือ โมลินา เกส์ทเฮาส์ (Molina Guesthouse) นั่นเอง …

อีกมุมหนึ่งของเฮือนพักโมลินา
ริมระเบียบห้อง, ยามเย็น
แรกสบตากับวังเวียง เธอคล้ายปายตรงที่มีสายน้ำใสเย็นไหลผ่าน มีสะพานไม้เชื่อมสองฟากฝั่งเข้าด้วยกัน และยังคล้ายกุ้ยหลินตรงที่มีภูเขาหินปูนโอบล้อมเอาไว้ ผาแดงยืนตระหง่านเป็นฉากหลังทางทิศตะวันตกของวังเวียง วันที่มาถึง วังเวียงต้อนรับนักเดินทางด้วยอากาศเย็นสบาย (แต่หนาวในเวลาเช้า และค่ำ) … วังเวียงเหมาะกับการปั่นรถถีบเที่ยว … ปั่นไปตามถนนฝุ่นดิน และหินลูกรัง แล้วก็เดินเล่นเลียบลำน้ำซอง (หรือจะเดินลุยน้ำก็ได้) สัมผัสกับธรรมชาติ และวิถีชีวิตคนวังเวียง …ภาพสาวน้อยกำลังเก็บไค (สาหร่าย) กลางลำน้ำ ชาวบ้านกำลังจับปลา ซักผ้า อาบน้ำ ล้างรถ ฯลฯ นี่คือวิถีชีวิตที่เห็นตลอด 5 วันที่วังเวียง …

วิถีชีวิตชาววังเวียง
จัดการเรื่องเฮืือนพักเรียบร้อย เดินข้ามสะพานไม้ กลับไปเอาสัมภาระที่ฝากแม่ค้า (คนสวย) ไว้ที่เฮือน เย็นๆ แบบนี้ เหมาะกับการเช่ารถถีบปั่นสำรวจตัวเมือง เช่ารถถีบไว้ 2 มื้อ (วัน) ก็เริ่มปั่นไปตามถนน ซอกเล็ก ซอยน้อย ปั่นไม่นานเท่าไร ก็ปั่นทั่วเขตตัวเมืองวังเวียง … เริ่มซ้ำเส้นทางเดิม สิ่งที่สังเกตเห็นตั้งแต่แรกถึงวังเวียง คือ ที่นี่มีรถเข็นขายโรตี (แต่เรียกว่า แพนเค็ก) และนักท่องเที่ยวฝรั่งเยอะมาก (ดงฝรั่ง) เดินไปทางไหน มองไปมุมไหน ไม่เห็นรถเข็นโรตี ก็ต้องเห็นฝรั่ง วังเวียงทุกวันนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องโลกแบกเป้จำนวนมาก ร้านค้า ร้านเน็ต ร้านนวด ฯลฯ โดยเฉพาะร้านอาหารกึ่งบาร์ (ที่ต้องคู่กับเพลงเสียงดังๆ) เปิดเอาใจลูกค้าจำนวนมาก (ตกลงจะมาเที่ยว หรือมานอนดู TVกันแน่) วังเวียงวันนี้เรียกได้ว่าน้องๆ พัทยา + ข้าวสาร ได้เลย … คนนอกเข้ามาเยอะ สิ่งแปลกปลอมก็แยะเป็นธรรมดา … ผลพ่วงที่มากับการท่องเที่ยวถ้าเกินพอดีก็กลายเป็นความแปลกแยก แปลกปลอม ผิดที่ผิดทาง เหมือนคนต่างถิ่น (ซึ่งมาอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วัน) เป็นผู้ทำให้วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนท้องถิ่นผิดเพี้ยนไป (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) อย่างภาพนักท่องเที่ยวฝรั่ง (บางคน) นุ่งบิกินี่เดินว่อนไปตามตัวเมือง ทั้งที่อากาศก็หนาวซะขนาด …
————————————————————————————————————————————————
คลื่นความเหงา และคลื่นความหนาวค่อยๆ แผ่ขยายห่อหุ้มจิตใจ และปกคลุมทั่วเมืองวังเวียง … เดินข้ามสะพานกลับเฮือนพัก พร้อมอาหารมื้อเย็น (โรตี และ BBQ) … ราตรีนี้ตั้งใจเอนกายบนเปลญวน นอนดูท้องฟ้ายามค่ำ ฟังเสียงสายน้ำซองไหลเงียบๆ แต่ไม่นานเท่าไร ความเงียบกลับถูกทำลายด้วยเสียงเพลงจากบาร์กลางแจ้งฝั่งตัวเืมืองที่แผดร้องดังมาถึงฝั่งตรงข้าม (นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความแปลกแยกของคนต่างถิ่น) … ราตรีสวัสดิ์
ความเห็นล่าสุด