Archive

Posts Tagged ‘หลวงพระบาง’

คือคนในความทรงจำ@เมืองหลวง(พระบาง)

มิถุนายน 17, 2010 1 comment

อ่าน => Many faces – คือคนในความทรงจำ

ดูทั้งอัลบั้ม => คือคนในความทรงจำ@เมืองหลวง (พระบาง)

นั่งมองภาพถ่ายผู้คน@เมืองหลวง (พระบาง) คราใด ความทรงจำงดงามเก่าๆ ก็กลับฟื้นขึ้นมาโลดแล่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลับจากเที่ยวเมืองหลวงแต่ละครั้ง นอกจากเก็บภาพถ่ายสวยๆ ติดมือกลับมาแล้ว ยังหอบเอาของฝากเป็นความประทับใจ มิตรไมตรี น้ำใจแสนงามของคนเมืองหลวงเต็มสองกระเป๋ากลับมาด้วย … เมืองหลวง (พระบาง) มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

 
 

บุญเลี้ยง หนุ่มอารมณ์ดีแห่งร้านลาฮา

บุญเลี้ยงหนุ่มหล่อ ยิ้มเก่ง อัธยาศัยงาม พนักงานขายฝ้ายมัดย้อม ร้านลาฮา

ยังมีคุณยาย(เผ่า)แม้ว  นั่งเย็บกระเป๋าผ้าที่ตลาดมืด

หลานจอห์นนี่  สงสัยตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว

แสงเพ็ชร หนุ่มจากแขวงบ่อแก้วมาเรียนหนังสือที่เมืองหลวง และทำงานอาสาสมัครขอรับบริจาคเงินพิมพ์หนังสือให้เด็กลาวมีหนังสือดีๆ อ่าน (เราก็ร่วมบริจาคด้วย)

พระ (หรือสามเณร ???) แสงเพ็ชร ประทับใจในความใจดีของท่านที่ให้เราเข้าไปชมอุโบสถวัดฟรีๆ (ไม่ต้องเสียค่าปี้)

น้องๆ ที่ตลาดมืด และเชิงพระธาตุพูสี ชวนคุย และชวนกินเบียร์ลาวประจำ (หุ หุ)

เวียงชัย อุ่น และวอนแห่งร้านกบน้อย  เด็กหนุ่มสาวจากพงสาลี มาทำงานไกลถึงเมืองหลวง

ทองวิน  รู้จักกันที่วัดแห่งหนึ่ง ทองวินทำงานส่งหนังสือพิมพ์ และเรียนหนังสือไปด้วย

และสามเณรที่ตาดกวางสี ฯลฯ

หลวงพระบาง

เช้าแรกที่เมืองหลวง (พระบาง) เริ่มด้วยการขึ้นพระธาตุพูสี เดินขึ้นบันไดพระธาตุฯ แบบเอื่อยๆ ถึงจุดชมวิว 06.18น. บนพระธาตุฯ เจอนักท่องเที่ยวอยู่หนึ่ง และอีกหนึ่งเป็นน้องคนลาว “ศักดิ์” ขึ้นมาออกกำลังกายบนพระธาตุฯ … หน้าหนาว หมอกลงจัด เช้าๆ อย่างนี้ ยังมองไม่เห็นตัวเมืองหลวง ระหว่างรอพระอาทิตย์โผล่ออกมากลางม่านหมอก เลยชวน “ศักดิ์” คุยเรื่องเกี่ยวกับลาว เช่น เรื่องระบบการเมือง การศึกษา การทำงานของคนลาว ฯลฯ “ศักดิ์” เพิ่งจบมหาวิทยาลัยที่นี่ ตอนนี้ทำงานด้านโฆษณา และวางแผนจะเรียนต่อ (ถ้ามีโอกาส) … ศักดิ์เล่าว่า โดยทั่วไป เด็กลาวได้เรียนหนังสือฟรีถึงป.5 (มีค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องจ่ายให้รัฐประมาณปีละ 500 บาท) แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ (อย่างเช่น “วง”) เพราะฐานะทางบ้านจนจริงๆ หรือไม่พ่อแม่ยังไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา เลยไม่ส่งลูกไปโรงเรียน … การเลือกเรียนสาขาอะไร หรือที่ไหนของคนลาวจะเกี่ยวข้องกับอาชีพที่จะทำ เช่น ถ้าจะรับราชการมักจะเลือกไปเรียนเวียดนาม เพราะระบบการเมืองการปกครองใกล้เคียงกัน แต้ถ้าจะประกอบธุรกิจ หรือค้าขายจะเลือกมาเรียนที่ไทย ฯลฯ นอกจากนั้น เรายังคุยถึงเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของเมืองหลวงอีกด้วย

หลวงพระบางในม่านหมอก

9 โมงแล้ว แสงแดดสวยๆ สะท้อนภาพงามของเมืองในหุบเขา เมืองที่หลับใหลกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มองดูสายน้ำคานที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนชาวเมืองหลวง ไหลเอื่อยๆ ไปสบกับสายน้ำของ (น้ำโขง) … “ศักดิ์” ขอตัวกลับลงไปก่อน เรายังเก็บรูปอยู่พักใหญ่ ก่อนจะย้อนกลับลงบันไดด้านเดิม ลงมาถึงข้างล่าง แวะหอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระบาง … เดินเล่นในตัวเมือง ผ่านตึกร้าน Laha นึกถึงเพื่อนคนลาวที่เคยขายสินค้าที่นี่ (เมื่อ 2 ปีก่อน) กลับมาครั้งหลังสุด (พ.ค. ปีนี้) ที่นี่มีพนักงานขายคนใหม่แล้ว …

เมืองหลวง(พระบาง)ยามเช้า

หอพิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระบาง

ดูภาพเพิ่มเติม => ภาพเล่าเรื่อง

ตื่นนอนตอนบ่าย 4 โมง เดินไปตามถนนหลังพระธาตุพูสี ตั้งใจจะไปหาเพื่อนคนลาว เด็กส่งหนังสือพิมพ์ที่ส่งตัวเองเรียนหนังสือไปด้วย จำได้ว่าห้องแถวที่เพื่อนพักอยู่ ติดถนนใหญ่ ด้านหนึ่งเป็นซอย อีกด้านหนึ่งเป็นร้านขายของชำ ถึงหน้าห้องแถว ประตูปิด สงสัยเป็นวันหยุด เลยเดินไปถามคุณป้าห้องข้างๆ คุณป้าบอกว่า ตอนนี้ เด็กส่งหนังสือพิมพ์เปลี่ยนเป็นผู้หญิงแล้ว … มาเมืองหลวงคราวนี้ อะไรๆ ก็เปลี่ยน … งั้นเดินย้อนกลับทางเก่า ชมวัด ชมเมือง ชมร้านค้า เฮือนสวยๆ ในตัวเมืองเก่าแล้วกัน … แวะฝากท้องกับแม่ค้าขายเฝอขาประจำ ตรอกข้างตลาดมืด กินมื้อนี้เสร็จ มื้อดึกจะกลับมากินอีกรอบ (เฝอร้านนี้ มี แจ่ว (น้ำจิ้ม) สุกี้ให้ด้วย) จากนั้น ย้ายมาอุดหนุนคุณป้าขายข้าวเกรียบปากหม้อญวน กินไปก็เหลียวดูพ่อค้าแม่ขาย (ส่วนหลายเป็นคนม้ง) ชาวตลาดมืด เริ่มกางเต้นท์ ปูผ้า จัดวางสินค้า เตรียมเปิดกิจการขายของนักท่องเที่ยว เดินถึงหน้าหอพิพิธภัณฑ์ฯ ปีนขึ้นไปนั่งตรงเชิงบันไดพระธาตุพูสี (ที่ประจำ) ฝั่งตรงกันข้าม ยังไม่ทันหย่อนก้นลงนั่งดี พ่อค้าแม่ค้ารุ่นจิ๋ว กรูเข้ามาขายของที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวสนใจซื้อเท่าไร สินค้าที่เอามาขาย ก็ซื้อมาจากตลาดจีน (ทางไปคิวรถสายใต้) นั่นเอง อย่างสร้อยข้อมือ ตุ๊กตาแม้ว เลยแบ่งส้มให้กินกันคนละลูก แต่พ่อค้าแม่ค้ารุ่นจิ๋วก็ยังไม่ละความพยายาม ชวนให้ซื้อของไม่หยุด บทสนทนาก็คล้ายทุกครั้งที่มานั่งตรงนี้ (ฟังบ่อยจนจำได้) “บ้านอยู่ฟากตรงข้าม” “พ่อแม่ให้มาขายของ” ”มื้อนี้ยังขายไม่ได้เลย” “ช่วยซื้อหน่อยนะคุณพี่รูปหล่อ” ฯลฯ นั่งฟังไปเรื่อยๆ รอเวลาพระอาทิตย์ยามเย็นลับริมของ ไปเดินทอดน่องเลียบสายน้ำ ดูเฮือนเก่า บ้างก็เป็นเฮือนไม้ทั้งหลัง บ้างก็เป็นเฮือนไม้ผสมปูน ที่เรียกกันว่าบ้านสไตล์โคโลเนี่ยน บางหลังเจ้าของไม่สนใจดูแล ปล่อยให้เสื่อมโทรมไปตามสภาพ มีหลายหลังกำลังปรับปรุง หรือสร้างขึ้นใหม่ เตรียมเปิดเป็นร้านค้า เฮือนพักต้อนรับนักท่องเที่ยว … เดินจนฟ้ามืดค่ำ พระจันทร์ขึ้นมาทำหน้าที่แทนพระอาทิตย์ … เดินถึงหน้าโรงแรมสันติ เห็นโรงแรมปิดเงียบ เลิกกิจการแล้วหรือ ก่อนกลับเฮือนพัก ไม่ลืมซื้อโรตี (ของกินตอนเช้า) แวะกินเฝอรอบดึก ก่อนบอกลายามค่ำคืนที่เมืองหลวง … สถานีต่อไป วังเวียง

เมืองน้ำทา

ธันวาคม 2, 2008 ใส่ความเห็น

วันที่ 26 พ.ย. 51

วันที่สาม และวันสุดท้ายที่น้ำทา วันนี้ขี่จักรยานไปตามเส้น 3A สองข้างทางเป็นทุ่งนา และภูเขา อากาศดีมากๆ ขี่ไป ดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนน้ำทาไปด้วย ถนนเส้นนี้ ถ้าขี่ไปเรื่อยๆ ก็จะไปถึงชายแดนลาวด้านบ่อเต็นที่ติดกับจีนด้านบ่อหาน ก่อนจะตรงไปยังเมืองล่า และจิ่งหง (เชียงรุ่ง) สิบสองปันนา … เลี้ยวขวาไปตามถนนเลี่ยงเมือง (R3A) ที่เชื่อมเข้าด้วยกัน (เส้นนี้ตรงไปห้วยทราย) แวะดูชาวบ้านกำลังจับปลาในลำน้ำทา เจอคุณลุงคนหนึ่งเพิ่งกลับจากไปเอาน้ำดื่ม บ้านลุงปลูกอย่างง่ายๆ อยู่ริมถนน ลุงอยู่คนเดียวกับบ้านหลังน้อย (เทียบกับบ้านคนเมือง ก็คงประมาณพื้นที่ห้องน้ำห้องหนึ่งเท่านั้น) ยิ่งถ้าเทียบกับชีวิตคนเมืองแบบเราๆ ก็ต้องบอกว่า ลำบากทีเดียว โดยเฉพาะหน้าหนาวยามนี้ ไม่รู้ลุงมีผ้าห่มกันหนาว หรือต้องก่อกองไฟคลายหนาวทุกคืน …

ขี่จักรยานที่น้ำทาให้ความรู้สึกดีจริงๆ โดยเฉพาะช่วงที่จักรยานลงเนิน ถลาลม ลมเย็นๆ ปะทะหน้า เย็นสบาย แดดอ่อนๆ อุ่นๆ ยามบ่าย ปล่อยจักรยานให้ไหลลงเนิน พุ่งทะยานไปข้างหน้า เหมือนกำลังจะบินขึ้นไปลอยอยู่บนท้องฟ้าสีครามของน้ำทา

วันที่ 27 พ.ย. 51

วันนี้ตื่นแต่เช้า เตรียมออกเดินทางไปเมืองหลวง (พระบาง) อากาศยามเช้าตรู่ค่อนหนาว ระหว่างทางที่นั่งรถสองแถวมาที่บ่อนคิวรถ ผ่านทุ่งนา สนามบินน้ำทา เห็นเด็กนักเรียนปั่นจักรยานไปโรงเรียนเป็นกลุ่มๆ ส่งยิ้มทักทายกันตามธรรมเนียบ … รถประจำทางที่นั่งไปเมืองหลวงกว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยว (หัวแดง) พี่นั่งคู่กับน้องคนลาว ชื่อ “วง” เป็นลาวเทิง จะกลับบ้านที่เมืองหลวง วงไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะที่บ้านจน (ไม่มีเงินเรียน) ได้ยินคำตอบแล้ว สะท้อนใจทุกที … รถแวะจอดอุดมไชย (อุดมไซย) ชวนวงกินข้าวเที่ยง วงปฏิเสธ เลยให้หมากฝรั่งไป 1 ชิ้น ระหว่างทางก็คุยไปสลับกับนอนหลับ ตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงปากหม่องแล้ว (เดิมตั้งใจจะแวะเที่ยวปากหม่อง) รถแวะจอดส่งผู้โดยสาร เลยลงไปซื้อส้มกับแม่ค้า (คนสวย) พร้อมสอบถามที่เที่ยวในปากหม่อง (คราวหน้าเรามีนัดกันที่ปากหม่อง แน่นอน) ห้าโมงกว่า รถจอดส่งวงที่ทางเข้าหมู่บ้าน เราบอกลากัน ต่างฝ่ายต่างอวยพรให้โชคดี และหวังว่าจะได้เจอกันใหม่ … รถถึงคิวรถสายเหนือ 6 โมงกว่า (ตามสไตล์คนขับ คือไม่ทำเวลาเร็วกว่านี้) จากนั้นก็นั่งรถสองแถวไปหน้าตลาดมืด หาเฮือนพัก ได้เฮือนพักเจ้าเก่า “แสงเพชร”

ที่ตลาดมืด ได้รู้จักน้อง “แก้ว” (เพื่อนแสงเพชร น้องที่เคยรู้จัก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว) น้องอาสาสมัครที่มาช่วยงานขอรับบริจาคเงิน เพื่อจัดพิมพ์หนังสือให้เด็กลาว ตอนนี้ เห็นมีหนังสือออกมาหลายเล่มทีเดียว (บริจาคเงินคราวที่แล้ว ยังมีแต่หนังสือภาษาอังกฤษอยู่เลย) … แวะหาของกิน (เฝอ) ก่อนเข้านอน

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.