คือคนในความทรงจำ-พระธิเบต/ดอร์เจ
นิวกับพระธิเบต หน้าอารามวัดซ่งจ้านหลิน
อ่าน => Many faces - คือคนในความทรงจำ
ดูทั้งอัลบั้ม => คือคนในความทรงจำ – พระธิเบต/ดอร์เจ
ที่ที่เราเคยใช้ชีวิต และท่องเที่ยวอยู่หลายปีดีดัก เป็นพื้นที่ของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม เช่น ชนเผ่าน่าซี (纳西族) แห่งลี่เจียง (丽江) ชนเผ่าไป๋ (白族) แห่งต้าหลี่ (大理) ชนเผ่าหมอซัว (摩梭人) แห่งทะเลสาบหลูกูหู (泸沽湖) รวมทั้ง ชนเผ่าธิเบต ชนชาติที่เคยปกครองตนเองในบริเวณชายขอบที่ราบสูงธิเบต
“ธิเบต” เหมือนมีมนตราสะกดให้เราหลงใหล โดยเฉพาะพุทธวัชรยานที่เต็มไปด้วยความลึกลับ และมนต์ขลัง รวมทั้งหลักธรรมคำสอนที่ทำให้อยากเรียนรู้ ทำความเข้าใจ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัส เหมือนเราเคยเกี่ยวข้องผูกพันกันมาก่อน
นอกจากได้เดินทางไปหลายๆ พื้นที่ของชายขอบธิเบต (รวมถึงหัวใจแห่งธิเบต – ลาซา) ได้ไปวัดธิเบต ได้เห็นศรัทธา และภูมิปัญญาของชาวธิเบต ได้ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติแถบหลังคาโลก ความงดงามของศิลปะธิเบต หลายครั้งหลายครารู้สึกถึงความปีติ และเป็นมงคลแก่ชีวิตที่ได้มีโอกาสพบพระลามะ* (พระสายวัชรยาน) ทั้งที่เป็นชาวธิเบต หรือชนเผ่าอื่นๆ ที่รับเอาวัฒนธรรมธิเบตเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน
ครั้งหนึ่ง เรานั่งรถประจำทางกับอาจารย์ชูศักดิ์ไปยังโรงเรียนปริยัติธรรม ณ เมืองอานหนิง (安宁佛学院) ที่นี่ เราได้รู้จักกับพระ (ตุ๊เจ้า) จากสิบสองปันนาหลายรูปที่มาเรียนภาษาไทยกับอาจารย์ชูศักดิ์อย่างใจจดใจจ่อ ได้มีโอกาสทำวัตรเย็นร่วมกับตุ๊เจ้า และนักศึกษาชาวไตลื้อในค่ำคืนหนึ่งด้วย
ที่นี่ ยังมีพระสายมหายาน และพระสายวัชรยานอยู่ด้วย

ดอร์เจ
“ดอร์เจ” (多吉) เป็นพระนักศึกษาสายวัชรยานรูปหนึ่ง ท่านจากวัดที่พำนักอยู่มาเป็นนักศึกษาที่นี่ได้ 2 ปีแล้ว และยังต้องอยู่อีก 2 ปีจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา วัดของท่านตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางหลูกูหู ทะเลสาบกลางหุบเขาสวย ทว่าลึกลับ และเต็มไปด้วยมนต์ขลังชวนหลงใหล ท่านเป็นพระที่ฉลาด พูดจาฉะฉาน ตอบคำถามของคนช่างสงสัยอย่างเราด้วยความเมตตา และให้ความเป็นกันเองกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักอย่างมาก เราถามคำถามท่านมากมายเกี่ยวกับพุทธวัชรยาน เช่น การแยกความแตกต่างระหว่างนิกายต่างๆ การแต่งงานของพระวัชรยาน การทำมาหากินของพระ ถามถึงชีวิตนักศึกษาของท่าน วิชาที่ท่านเรียน ท่านมีจีวรกี่ชุด ฯลฯ เราใช้เวลาสนทนากันภายในห้องพักของท่านที่ท่านพักร่วมกับพระเพื่อนอีกรูปหนึ่ง ท่านชอบอ่านหนังสือ บนโต๊ะมีหนังสือหลักธรรมอยู่หลายเล่ม คำพูดหลายคำของท่านแฝงหลักธรรมให้เก็บไปคิดต่อ เราคุยกันเนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ ก่อนจากลาเรามอบภาพขององค์กรรมาปะที่ 17 ให้ท่าน ดูท่านดีใจมาก ท่านนำภาพนั้นแนบกับหน้าผาก และท่านได้มอบวัชระอันเล็กๆ ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย …
ย่านเมืองเก่าลี่เจียง และย่านเมืองเก่าแชงกรีล่าเป็นอีกสองสถานที่ที่เราได้เจอกับพระธิเบตบ่อยครั้ง ทั้ง “ลามะน้อยแห่งลี่เจียง” (ชื่อที่เราเรียกขานเอง) สามเณรตัวน้อยที่เดินเข้ามาขอบิณฑบาต “ปัจจัย” กับเรา ทั้งสองที่มักจะพบเห็นพระธิเบตมาเดินขอบิณฑบาตปัจจัยจากนักท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง หลายคราได้มีโอกาสพูดคุย และขอถ่ายรูป เท่าที่สังเกตเห็น นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนจีน หรือคนต่างชาติ น้อยคนนัก (ยังไม่เคยเห็นกับตา) ที่จะถวายปัจจัยให้กับพระ บางคนมีอาการดูถูกด้วยสายตาแถมให้ด้วยซ้ำไป
สถานที่สุดท้ายที่เราชอบไป และต้องไปเยือนทุกครั้งที่ไปแชงกรีล่า (จงเตี้ยน) คือวัดซ่งจ้านหลิน ที่นี่ นอกจากจะได้นมัสการพระพุทธรูปปางต่างๆ ได้ชมภาพพระบฎ (唐卡) และจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามแล้ว ยังจะได้พบปะสนทนากับพระธิเบตด้วย วัดซ่งจ้านหลินเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่มาถึงแชงกรีล่ามักจะไปเยือน พระที่นี่จึงคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวดี
*คำว่า “พระลามะ” ใช้เรียกพระภิกษุสายวัชรยานทั่วไป (แบบไม่ถูกต้องนัก) เรียกให้ถูกต้อง คือ “ทราปะ” (แปลว่า พระภิกษุ) คำว่า “ลามะ” จะใช้กับพระชั้นสูง ซึ่งในธิเบตมีเพียงไม่กี่รูปเท่านั้น แต่กระนั้น คำๆ นี้ก็ถูกใช้จนแพร่หลายไปแล้ว





ความเห็นล่าสุด