เผิงอานโซ้ว

เผิงอานโซ้ว - หนุ่มน้อยแห่งหลูกูหู
อ่าน => Many faces - คือคนในความทรงจำ
ดูทั้งอัลบั้ม => Many faces
ความงดงาม และมนต์ขลังของทะเลสาบหลูกูหู (泸沽湖) รวมไปถึงอัตลักษณ์ของชนเผ่าหมอซัว (摩梭人) เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางอย่างเรา เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนทะเลสาบแห่งนี้ เหมือนต้องมนต์สะกดกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทะเลสาบหลูกูหูงดงามราวภาพวาด สวยงามทั้งในภาพฝัน และภาพจริง …
หลูกูหู เป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าหมอซัว ชนเผ่าที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ และเป็นหัวหน้าครอบครัว ธรรมเนียมของชนเผ่านี้ ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเลือกผู้ชายมาเป็นสามี และพ่อของลูกด้วยตนเอง ฝ่ายที่ถูกเลือกจะทำหน้าที่เป็นเพียงคู่รักของฝ่ายหญิงเท่านั้น การเลี้ยงดูลูก เป็นเรื่องของฝ่ายหญิงทั้งหมด เด็กจะเรียกพ่อว่า ลุง หรือน้า ซึ่งจะไปมาหาสู่เป็นครั้งคราวเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ผู้หญิงหมอซัวยังสามารถบอกปฏิเสธผู้ชายที่เธอมีความสัมพันธ์ เพื่อเลือกผู้ชายคนใหม่ได้ด้วย เพราะที่นี่ ผู้หญิงเป็นใหญ่ !!!
การเดินทางอันแสนยาวนานกับการไปเยือนหลูกูหูครั้งนั้น เริ่มต้นด้วยการนั่งรถไฟกลับจากซีอาน (西安) มาลงปลายทางที่พานจื่อฮวา (潘梓华) แล้วต่อรถประจำทางแบบ (นั่ง) มาราธอนอีก 2 ต่อ ข้ามภูเขาหลายสิบลูก ตั้งแต่เช้าจรดค่ำกว่าจะถึงปลายทาง การเดินทางเต็มไปด้วยรสชาติของความสนุก ตื่นเต้น ผจญภัย โดยเฉพาะช่วงที่นั่งรถเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติหลูกูหู ด้วยความเสียดายตังค์แท้ๆ (เพราะต้องจ่ายค่าบัตรผ่านประตูในช่วงเทศกาลสำคัญแพงกว่าปกติเท่าตัว) เลยหาวิธีหลบเข้าไปอยู่ในรถบรรทุกสินค้า ก่อนผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ฯ แบบหวุดหวิด หุหุ (นึกถึงตอนนั้น ยังรู้สึกสนุกปนตื่นเต้นไม่หาย)
บ่ายวันหนึ่ง หลังจากส่งอีเมลหาเพื่อนๆ ที่คาเฟ่ริมทะเลสาบเรียบร้อย ยังไม่ทันก้าวเท้าพ้นร้าน ก็ได้ยินเสียงหนุ่มน้อยเรียกเราว่า “น้าๆ ซื้อแอปเปิ้ลหน่อยสิ”
หนุ่มน้อย “เผิงอานโซ้ว” (彭安寿) วัย 12 ขวบ หน้าตาน่าเอ็นดู เนื้อตัวมอมแมมประสาเด็กผู้ชาย เดินหิ้วถุงแอปเปิ้ลยื่นให้เราช่วยซื้อ หนุ่มน้อยโฆษณาสรรพคุณสินค้าไม่หยุดปาก แถมเล่าความลำบากในการเดินทางมาขายแอปเปิ้ลที่นี่สำทับเข้าไปอีก เผิงอานโซ้ว หรือเสี่ยวเผิง เป็นเด็กช่างจ้อ พูดเก่ง ด้วยความถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ เลยอุดหนุนแอปเปิ้ลรสชาติเปรี้ยวจิ๊ดจากสวนหลังบ้านของเสี่ยวเผิงถุงนั้น เสี่ยวเผิงมาช่วยแม่ขายแอปเปิ้ลให้นักท่องเที่ยวช่วงปิดเทอม หนุ่มน้อยมีเรื่องเล่าให้ฟังมากมาย – เรื่องครอบครัว พี่น้อง โรงเรียน ชีวิตประจำวัน (ช่วงปิดเทอม) ที่ต้องตื่นแต่เช้ามืดซ้อนท้ายจักรยานพี่สาวร่วมสองชั่วโมง มาขายแอปเปิ้ลที่นี่ …
เสี่ยวเผิงเข้าใจว่า เราเป็นคนญี่ปุ่น เราส่ายหน้า
“รู้จักประเทศไทยไหม”
เสี่ยวเผิงส่ายหน้าบ้าง
“เคยไปอีกด้านหนึ่งของทะเลสาบหรือเปล่า” เราถาม
“ ไม่เคย”
“งั้นพรุ่งนี้ ไปเที่ยวกัน”
“พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าเจอกันที่ตรงนี้ คำไหนคำนั้น (一言为定)”
เย็นวันนั้น เราขี่จักรยานเช่าปั่นลัดเลาะไปตามแนวทะเลสาบ ถนนทอดตัวเลื้อยยาวไปตามเนินคดโค้ง ขึ้นๆลงๆ ตามความลาดชันของภูเขาที่โอบล้อมทะเลสาบไว้ มองเห็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบ ชาวบ้านออกเรือหาปลา สุนัขวิ่งไปมา บ้านเรือนปลูกเป็นแนวขนานบนที่ราบสองฝั่งถนน สลับกับสวนผลไม้ และไม้ยืนต้นจำพวกสน …
จักรยานเจ้ากรรม มีเบรค แต่ไม่ยอมทำงาน เช่ามาจากคุณป้าหมอซัวคนหนึ่ง ทำเรื่องน่าหวาดเสียวให้อีกจนได้ ขาปั่นกลับช่วงหนึ่ง ต้องขี่จักรยานลงเนิน จักรยานแล่นถลาลงเนินอย่างรวดเร็วตามความชันของภูเขา เราต้องใช้ขาช่วยเบรค ชะลอความเร็ว แต่ก็เอาไม่อยู่ ต้องประคองรถให้ไหลไปเรื่อยๆ กว่าจะเอาอยู่ จักรยานก็แล่นไปซะไกล ดีที่ไม่มีรถยนต์วิ่งสวนมา ไม่งั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่า จะเกิดอะไรขึ้น หุหุ หวาดเสียวเป็นครั้งที่สอง พอจักรยานแล่นถึงพื้นราบโดยสวัสดิภาพ และสงบนิ่ง เราก้มไปดูน่องซ้าย (ที่ใช้แทนเบรค) เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาว เพราะครูดกับบันไดจักรยาน
กลับมาคืนนั้น ทำแผลเสร็จ ซัดพาราฯ สองเม็ด นอนจับไข้ น่องปูด สลบไสลถึงตอนสายอีกวันหนึ่ง
ตื่นขึ้นมา นึกได้ว่า มีนัดกับเสี่ยวเผิง แต่น่องซ้ายยังปูดไม่หาย เดินเป๋ๆ ไปหาของกิน เจอแม่ของเสี่ยวเผิง คุณแม่บอกว่า วันนี้ลูกชายมารอเราตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แต่พอเห็นสภาพของเราก็รู้แจ้งว่า ทำไมเราจึงไม่ไปตามนัด
ตอนบ่ายแก่ๆ เจอกับเสี่ยวเผิงอีกครั้ง เสี่ยวเผิงยังอยากไปอีกด้านหนึ่งของทะเลสาบ แต่ (ถ้าไป) คงจะกลับมาไม่ทันค่ำ เราเลยชวนเสี่ยวเผิงนั่งเล่น คุยเล่นริมทะเลสาบแทน … พรุ่งนี้เราเตรียมบอกลาทะเลสาบ เดินทางไปลี่เจียงต่อ
“เราจะได้เจอกันอีกไหม” เสี่ยวเผิงถาม
“ปิดเทอม ปีหน้า (อาจ) จะมาที่นี่อีก”
เราบอกเสี่ยวเผิงไปอย่างนั้น เพราะไม่อยากผิดสัญญาเป็นครั้งที่สอง (เหมือนเมื่อวาน) ก่อนจากกัน เสี่ยวเผิงให้ที่อยู่เราไว้ เผื่อคราวหน้าเราอยากจะไปพักที่บ้านของเสี่ยวเผิง และถอดเหรียญรูปปันเชนลามะที่ห้อยคออยู่ให้เราเป็นที่ระลึก เหรียญแบบนี้ เราซื้อไว้ตอนอยู่ที่ชิงไห่ และพกติดตัวมาด้วย เราเลยให้เสี่ยวเผิงเก็บไว้เป็นที่ระลึกเช่นกัน
ค่ำคืนนั้น ท้องฟ้าใสกระจ่าง เรายืนดูดวงดาวเงียบๆ ริมทะเลสาบท่ามกลางความหนาวเหน็บ ได้ยินเสียงความเงียบสลับกับเสียงลมหายใจของตนเอง คนเดินทาง พรุ่งนี้จะจากไปไหน …
จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว (ป่านนี้ หนุ่มน้อยเสี่ยวเผิงคงโตเป็นวัยรุ่นแล้ว) ที่เรายังไม่ได้กลับไปหลูกูหูตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเสี่ยวเผิง … แต่ (หวังว่า) คงมีสักวันที่เราจะกลับไปเยือนหลูกูหู และเจอเสี่ยวเผิงอีกครั้งหนึ่ง
ชอบเผิงอานโซ้วจัง อยากให้มาขายแอปเปิ้ลที่หน้าบ้านบ้าง เหมาหมดแน่
4ปีผ่านไป ตอนนี้เสี่ยวเผิงเป็นหนุ่มใหญ่แล้ว จะเอาอะไรที่ปลูกหลังบ้านมาช่วยแม่ขายหนอ