Archive

Archive for กรกฎาคม, 2010

เผิงอานโซ้ว

กรกฎาคม 30, 2010 1 comment

เผิงอานโซ้ว - หนุ่มน้อยแห่งหลูกูหู

อ่าน => Many faces - คือคนในความทรงจำ

ดูทั้งอัลบั้ม => Many faces

ความงดงาม และมนต์ขลังของทะเลสาบหลูกูหู (泸沽湖) รวมไปถึงอัตลักษณ์ของชนเผ่าหมอซัว (摩梭人) เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางอย่างเรา เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนทะเลสาบแห่งนี้ เหมือนต้องมนต์สะกดกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทะเลสาบหลูกูหูงดงามราวภาพวาด สวยงามทั้งในภาพฝัน และภาพจริง …

หลูกูหู เป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าหมอซัว ชนเผ่าที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ และเป็นหัวหน้าครอบครัว ธรรมเนียมของชนเผ่านี้  ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเลือกผู้ชายมาเป็นสามี และพ่อของลูกด้วยตนเอง ฝ่ายที่ถูกเลือกจะทำหน้าที่เป็นเพียงคู่รักของฝ่ายหญิงเท่านั้น การเลี้ยงดูลูก เป็นเรื่องของฝ่ายหญิงทั้งหมด เด็กจะเรียกพ่อว่า ลุง หรือน้า ซึ่งจะไปมาหาสู่เป็นครั้งคราวเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ผู้หญิงหมอซัวยังสามารถบอกปฏิเสธผู้ชายที่เธอมีความสัมพันธ์ เพื่อเลือกผู้ชายคนใหม่ได้ด้วย เพราะที่นี่ ผู้หญิงเป็นใหญ่ !!!

การเดินทางอันแสนยาวนานกับการไปเยือนหลูกูหูครั้งนั้น เริ่มต้นด้วยการนั่งรถไฟกลับจากซีอาน (西安) มาลงปลายทางที่พานจื่อฮวา (潘梓华) แล้วต่อรถประจำทางแบบ (นั่ง) มาราธอนอีก 2 ต่อ ข้ามภูเขาหลายสิบลูก ตั้งแต่เช้าจรดค่ำกว่าจะถึงปลายทาง การเดินทางเต็มไปด้วยรสชาติของความสนุก ตื่นเต้น ผจญภัย โดยเฉพาะช่วงที่นั่งรถเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติหลูกูหู ด้วยความเสียดายตังค์แท้ๆ (เพราะต้องจ่ายค่าบัตรผ่านประตูในช่วงเทศกาลสำคัญแพงกว่าปกติเท่าตัว) เลยหาวิธีหลบเข้าไปอยู่ในรถบรรทุกสินค้า ก่อนผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ฯ แบบหวุดหวิด หุหุ (นึกถึงตอนนั้น ยังรู้สึกสนุกปนตื่นเต้นไม่หาย)

บ่ายวันหนึ่ง หลังจากส่งอีเมลหาเพื่อนๆ ที่คาเฟ่ริมทะเลสาบเรียบร้อย ยังไม่ทันก้าวเท้าพ้นร้าน ก็ได้ยินเสียงหนุ่มน้อยเรียกเราว่า “น้าๆ ซื้อแอปเปิ้ลหน่อยสิ”

หนุ่มน้อย “เผิงอานโซ้ว” (彭安寿) วัย 12 ขวบ หน้าตาน่าเอ็นดู เนื้อตัวมอมแมมประสาเด็กผู้ชาย เดินหิ้วถุงแอปเปิ้ลยื่นให้เราช่วยซื้อ หนุ่มน้อยโฆษณาสรรพคุณสินค้าไม่หยุดปาก แถมเล่าความลำบากในการเดินทางมาขายแอปเปิ้ลที่นี่สำทับเข้าไปอีก เผิงอานโซ้ว หรือเสี่ยวเผิง เป็นเด็กช่างจ้อ พูดเก่ง ด้วยความถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ เลยอุดหนุนแอปเปิ้ลรสชาติเปรี้ยวจิ๊ดจากสวนหลังบ้านของเสี่ยวเผิงถุงนั้น เสี่ยวเผิงมาช่วยแม่ขายแอปเปิ้ลให้นักท่องเที่ยวช่วงปิดเทอม หนุ่มน้อยมีเรื่องเล่าให้ฟังมากมาย – เรื่องครอบครัว พี่น้อง โรงเรียน ชีวิตประจำวัน (ช่วงปิดเทอม) ที่ต้องตื่นแต่เช้ามืดซ้อนท้ายจักรยานพี่สาวร่วมสองชั่วโมง มาขายแอปเปิ้ลที่นี่ …

เสี่ยวเผิงเข้าใจว่า เราเป็นคนญี่ปุ่น เราส่ายหน้า

“รู้จักประเทศไทยไหม”

เสี่ยวเผิงส่ายหน้าบ้าง

“เคยไปอีกด้านหนึ่งของทะเลสาบหรือเปล่า” เราถาม

“ ไม่เคย”

“งั้นพรุ่งนี้ ไปเที่ยวกัน”

“พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าเจอกันที่ตรงนี้ คำไหนคำนั้น (一言为定)”

เย็นวันนั้น เราขี่จักรยานเช่าปั่นลัดเลาะไปตามแนวทะเลสาบ ถนนทอดตัวเลื้อยยาวไปตามเนินคดโค้ง ขึ้นๆลงๆ ตามความลาดชันของภูเขาที่โอบล้อมทะเลสาบไว้ มองเห็นเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบ ชาวบ้านออกเรือหาปลา สุนัขวิ่งไปมา บ้านเรือนปลูกเป็นแนวขนานบนที่ราบสองฝั่งถนน สลับกับสวนผลไม้ และไม้ยืนต้นจำพวกสน …

จักรยานเจ้ากรรม มีเบรค แต่ไม่ยอมทำงาน เช่ามาจากคุณป้าหมอซัวคนหนึ่ง ทำเรื่องน่าหวาดเสียวให้อีกจนได้ ขาปั่นกลับช่วงหนึ่ง ต้องขี่จักรยานลงเนิน จักรยานแล่นถลาลงเนินอย่างรวดเร็วตามความชันของภูเขา เราต้องใช้ขาช่วยเบรค ชะลอความเร็ว แต่ก็เอาไม่อยู่ ต้องประคองรถให้ไหลไปเรื่อยๆ กว่าจะเอาอยู่ จักรยานก็แล่นไปซะไกล ดีที่ไม่มีรถยนต์วิ่งสวนมา ไม่งั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่า จะเกิดอะไรขึ้น หุหุ หวาดเสียวเป็นครั้งที่สอง พอจักรยานแล่นถึงพื้นราบโดยสวัสดิภาพ และสงบนิ่ง เราก้มไปดูน่องซ้าย (ที่ใช้แทนเบรค) เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาว เพราะครูดกับบันไดจักรยาน

กลับมาคืนนั้น ทำแผลเสร็จ ซัดพาราฯ สองเม็ด นอนจับไข้ น่องปูด สลบไสลถึงตอนสายอีกวันหนึ่ง

ตื่นขึ้นมา นึกได้ว่า มีนัดกับเสี่ยวเผิง แต่น่องซ้ายยังปูดไม่หาย เดินเป๋ๆ ไปหาของกิน เจอแม่ของเสี่ยวเผิง คุณแม่บอกว่า วันนี้ลูกชายมารอเราตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แต่พอเห็นสภาพของเราก็รู้แจ้งว่า ทำไมเราจึงไม่ไปตามนัด

ตอนบ่ายแก่ๆ เจอกับเสี่ยวเผิงอีกครั้ง เสี่ยวเผิงยังอยากไปอีกด้านหนึ่งของทะเลสาบ แต่ (ถ้าไป) คงจะกลับมาไม่ทันค่ำ เราเลยชวนเสี่ยวเผิงนั่งเล่น คุยเล่นริมทะเลสาบแทน … พรุ่งนี้เราเตรียมบอกลาทะเลสาบ เดินทางไปลี่เจียงต่อ

“เราจะได้เจอกันอีกไหม” เสี่ยวเผิงถาม

“ปิดเทอม ปีหน้า (อาจ) จะมาที่นี่อีก”

เราบอกเสี่ยวเผิงไปอย่างนั้น เพราะไม่อยากผิดสัญญาเป็นครั้งที่สอง (เหมือนเมื่อวาน) ก่อนจากกัน  เสี่ยวเผิงให้ที่อยู่เราไว้ เผื่อคราวหน้าเราอยากจะไปพักที่บ้านของเสี่ยวเผิง และถอดเหรียญรูปปันเชนลามะที่ห้อยคออยู่ให้เราเป็นที่ระลึก เหรียญแบบนี้ เราซื้อไว้ตอนอยู่ที่ชิงไห่ และพกติดตัวมาด้วย เราเลยให้เสี่ยวเผิงเก็บไว้เป็นที่ระลึกเช่นกัน

ค่ำคืนนั้น ท้องฟ้าใสกระจ่าง เรายืนดูดวงดาวเงียบๆ ริมทะเลสาบท่ามกลางความหนาวเหน็บ ได้ยินเสียงความเงียบสลับกับเสียงลมหายใจของตนเอง คนเดินทาง พรุ่งนี้จะจากไปไหน …

จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว (ป่านนี้ หนุ่มน้อยเสี่ยวเผิงคงโตเป็นวัยรุ่นแล้ว) ที่เรายังไม่ได้กลับไปหลูกูหูตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเสี่ยวเผิง … แต่ (หวังว่า) คงมีสักวันที่เราจะกลับไปเยือนหลูกูหู และเจอเสี่ยวเผิงอีกครั้งหนึ่ง

คือคนในความทรงจำ@ลี่เจียง

กรกฎาคม 15, 2010 1 comment

หนุ่มนิรนาม ใจดี

อ่าน => Many faces - คือคนในความทรงจำ

ดูทั้งอัลบั้ม => Many faces

“ลี่เจียง” … เรารู้จักคุ้นเคยกับเธอมานานพอสมควร ในช่วงชีวิตหนึ่ง เราไปมาหาสู่เธอบ่อยๆ แทบทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูหนาว และฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงเวลาที่เราเจอกันบ่อยที่สุด เราตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อของเธอ ได้เห็นโฉมหน้าที่งามสง่าของเธอ เมืองแห่งสายน้ำสวยแห่งนี้ เหมือนรักแรกพบ (ที่ยังเหมือนเดิม นับแต่ครั้งแรกที่เราได้รู้จักกัน)

เรารักทุกสิ่งที่เป็นเธอ

รักผู้คนที่ลี่เจียง

รักสายน้ำ ฝูงมัจฉาที่แหวกว่ายทวนสายน้ำใสไหลรินทั่วเมืองแห่งสายน้ำสวย

รักก้อนเมฆ และสีของท้องฟ้า

รักแผ่นหินทุกๆ ก้อนที่เดินย่ำ

รักสะพานหินโค้งตัวเหนือสายน้ำ

รักต้นหลิวที่สัดส่ายเต้นระบำไปมา

รักบ้านเรือน ตรอกเล็กซอยน้อยวกวน ทำให้คนหลงทางบ่อยๆ

รักโคมแดงที่แขวนไว้หน้าบ้าน

รักร้านหนังสือเหงาๆ ที่เข้าไปจ่อมจมแทบทุกวัน

รักโรงเตี้ยมที่ไปพัก

รักสายลมเย็นสดชื่น

รักลมหนาวที่ปะทะใบหน้า และสายฝนที่หล่นในใจยามเดินเดี่ยวๆ ในลี่เจียง

รักแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่ส่องแสงนวลในคืนหงอยเหงา

รักลมหายใจของลี่เจียง

รักวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมตงปาของชนเผ่าน่าซี

เรารักเธอ … ลี่เจียง

ที่ลี่เจียง เราอาจเป็นคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยกันหนุ่มนิรนาม ใจดี” ชาวลี่เจียงคนหนึ่งหยิบยื่นหนังสือเก่าๆ ให้แทนคำขอบคุณ และรอยยิ้มที่เราส่งไปทักทาย ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เจ้าของร้านขายหนังสือ และสังฆภัณฑ์พุทธธิเบต – “เฉิน ซิน ชาวฟูเจี้ยน ผู้เลื่อมใสศรัทธาในพุทธวัชรยาน และองค์ดาไล ลามะ เรามีโอกาสเจอกัน 2 ครั้ง … น้ำเสียง และแววตาของเธอบอกถึงศรัทธาที่มีต่อพุทธวัชรยานอย่างเต็มเปี่ยม

เสี่ยว หยาง” – สาวชาวไป๋แห่งร้านอดัมที่เราไปซื้อใบชาป่าผู่เออร์เป็นประจำ ...

มีเพียงไม่กี่แห่งในโลก ที่เราหลงรัก รักแบบที่ไม่ว่าวันเวลาจะทำให้เธอแปรเปลี่ยนไปเช่นไร เราก็ไม่เคยหมดรักเธอ … ลี่เจียง

คือคนในความทรงจำ-พระธิเบต/ดอร์เจ

กรกฎาคม 5, 2010 1 comment

นิวกับพระธิเบต หน้าอารามวัดซ่งจ้านหลิน

อ่าน => Many faces - คือคนในความทรงจำ

ดูทั้งอัลบั้ม => คือคนในความทรงจำ – พระธิเบต/ดอร์เจ

ที่ที่เราเคยใช้ชีวิต และท่องเที่ยวอยู่หลายปีดีดัก เป็นพื้นที่ของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม เช่น ชนเผ่าน่าซี (纳西族) แห่งลี่เจียง (丽江) ชนเผ่าไป๋ (白族) แห่งต้าหลี่ (大理) ชนเผ่าหมอซัว (摩梭人) แห่งทะเลสาบหลูกูหู (泸沽湖) รวมทั้ง ชนเผ่าธิเบต ชนชาติที่เคยปกครองตนเองในบริเวณชายขอบที่ราบสูงธิเบต

“ธิเบต” เหมือนมีมนตราสะกดให้เราหลงใหล โดยเฉพาะพุทธวัชรยานที่เต็มไปด้วยความลึกลับ และมนต์ขลัง รวมทั้งหลักธรรมคำสอนที่ทำให้อยากเรียนรู้ ทำความเข้าใจ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัส เหมือนเราเคยเกี่ยวข้องผูกพันกันมาก่อน

นอกจากได้เดินทางไปหลายๆ พื้นที่ของชายขอบธิเบต (รวมถึงหัวใจแห่งธิเบต – ลาซา) ได้ไปวัดธิเบต ได้เห็นศรัทธา และภูมิปัญญาของชาวธิเบต ได้ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติแถบหลังคาโลก ความงดงามของศิลปะธิเบต หลายครั้งหลายครารู้สึกถึงความปีติ และเป็นมงคลแก่ชีวิตที่ได้มีโอกาสพบพระลามะ* (พระสายวัชรยาน) ทั้งที่เป็นชาวธิเบต หรือชนเผ่าอื่นๆ ที่รับเอาวัฒนธรรมธิเบตเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน

ครั้งหนึ่ง เรานั่งรถประจำทางกับอาจารย์ชูศักดิ์ไปยังโรงเรียนปริยัติธรรม ณ เมืองอานหนิง  (安宁佛学院) ที่นี่ เราได้รู้จักกับพระ (ตุ๊เจ้า) จากสิบสองปันนาหลายรูปที่มาเรียนภาษาไทยกับอาจารย์ชูศักดิ์อย่างใจจดใจจ่อ ได้มีโอกาสทำวัตรเย็นร่วมกับตุ๊เจ้า และนักศึกษาชาวไตลื้อในค่ำคืนหนึ่งด้วย

ที่นี่ ยังมีพระสายมหายาน และพระสายวัชรยานอยู่ด้วย

ดอร์เจ

“ดอร์เจ” (多吉) เป็นพระนักศึกษาสายวัชรยานรูปหนึ่ง ท่านจากวัดที่พำนักอยู่มาเป็นนักศึกษาที่นี่ได้ 2 ปีแล้ว และยังต้องอยู่อีก 2 ปีจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา วัดของท่านตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางหลูกูหู ทะเลสาบกลางหุบเขาสวย ทว่าลึกลับ และเต็มไปด้วยมนต์ขลังชวนหลงใหล ท่านเป็นพระที่ฉลาด พูดจาฉะฉาน ตอบคำถามของคนช่างสงสัยอย่างเราด้วยความเมตตา และให้ความเป็นกันเองกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักอย่างมาก เราถามคำถามท่านมากมายเกี่ยวกับพุทธวัชรยาน เช่น การแยกความแตกต่างระหว่างนิกายต่างๆ การแต่งงานของพระวัชรยาน การทำมาหากินของพระ ถามถึงชีวิตนักศึกษาของท่าน วิชาที่ท่านเรียน ท่านมีจีวรกี่ชุด ฯลฯ เราใช้เวลาสนทนากันภายในห้องพักของท่านที่ท่านพักร่วมกับพระเพื่อนอีกรูปหนึ่ง ท่านชอบอ่านหนังสือ บนโต๊ะมีหนังสือหลักธรรมอยู่หลายเล่ม คำพูดหลายคำของท่านแฝงหลักธรรมให้เก็บไปคิดต่อ เราคุยกันเนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ ก่อนจากลาเรามอบภาพขององค์กรรมาปะที่ 17 ให้ท่าน ดูท่านดีใจมาก ท่านนำภาพนั้นแนบกับหน้าผาก และท่านได้มอบวัชระอันเล็กๆ ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย …

ย่านเมืองเก่าลี่เจียง และย่านเมืองเก่าแชงกรีล่าเป็นอีกสองสถานที่ที่เราได้เจอกับพระธิเบตบ่อยครั้ง ทั้ง  “ลามะน้อยแห่งลี่เจียง” (ชื่อที่เราเรียกขานเอง) สามเณรตัวน้อยที่เดินเข้ามาขอบิณฑบาต “ปัจจัย” กับเรา ทั้งสองที่มักจะพบเห็นพระธิเบตมาเดินขอบิณฑบาตปัจจัยจากนักท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง หลายคราได้มีโอกาสพูดคุย และขอถ่ายรูป เท่าที่สังเกตเห็น นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนจีน หรือคนต่างชาติ น้อยคนนัก (ยังไม่เคยเห็นกับตา) ที่จะถวายปัจจัยให้กับพระ บางคนมีอาการดูถูกด้วยสายตาแถมให้ด้วยซ้ำไป

สถานที่สุดท้ายที่เราชอบไป และต้องไปเยือนทุกครั้งที่ไปแชงกรีล่า (จงเตี้ยน) คือวัดซ่งจ้านหลิน ที่นี่ นอกจากจะได้นมัสการพระพุทธรูปปางต่างๆ ได้ชมภาพพระบฎ (唐卡) และจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามแล้ว ยังจะได้พบปะสนทนากับพระธิเบตด้วย วัดซ่งจ้านหลินเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่มาถึงแชงกรีล่ามักจะไปเยือน พระที่นี่จึงคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวดี

*คำว่า “พระลามะ” ใช้เรียกพระภิกษุสายวัชรยานทั่วไป (แบบไม่ถูกต้องนัก) เรียกให้ถูกต้อง คือ “ทราปะ” (แปลว่า พระภิกษุ) คำว่า “ลามะ” จะใช้กับพระชั้นสูง ซึ่งในธิเบตมีเพียงไม่กี่รูปเท่านั้น แต่กระนั้น คำๆ นี้ก็ถูกใช้จนแพร่หลายไปแล้ว

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.