ภูวิ

ภูวิ เพื่อนม้งลาว

อ่าน => Many faces – คือคนในความทรงจำ

“คนไทย ?” ชายหนุ่มในรูปถามขึ้น ขณะมองดูหนังสือเดินทางที่ผู้เขียนเพิ่งรับจากเจ้าหน้าที่ด่าน ตม. เมืองบ่อหาน (磨憨) สิบสองปันนา หลังตรวจประทับตราเสร็จ เพื่อข้ามเขตแดนมายังบ่อเต็น สปป.ลาว หน้าตา และสำเนียงของชายหนุ่มบ่งบอกว่าไม่ใช่คนจีน หรือคนไทย แต่เป็นคนม้ง (แม้ว) ลาว

ชายหนุ่มชื่อ “ภูวิ” เพิ่งกลับจากเที่ยวค้างคืนที่เมืองล่า (勐腊) และกำลังจะกลับบ้านที่หลวงน้ำทา ชายหนุ่มกลัวผู้เขียนไม่เชื่อ เลยงัดบัตรประชาชนยืนยันความเป็นคนลาวให้เห็นชัดๆ เต็มสองลูกกะตา

ข้ามมาฝั่งลาวผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย ผู้เขียนกับภูวิแยกกันไปขึ้นรถโดยสาร ภูวิมากับรถตู้ระหว่างประเทศ (หลวงน้ำทา-เมืองล่า) ส่วนผู้เขียนนั่ง (และนอน) มาราธอนมาบนรถประจำทางระหว่างประเทศ (คุนหมิง-เวียงจันทร์) โดยมีปลายทางที่เมืองหลวง (พระบาง) ก่อนจากกัน ภูวิชวนไปเที่ยวบ้าน ผู้เขียนรับปาก (ถ้ามีโอกาส) จะไปเที่ยวบ้านตามคำชวนของเจ้าของ

2 ปีถัดมา โอกาสนั้นก็มาถึง … ผู้เขียนแวะเวียนไปเที่ยวเมืองเล็กๆ เงียบสงบอย่างหลวงน้ำทาบ่อยครั้ง เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่ตั้งใจไป (ใช้ชีวิต) อยู่ที่นั่นนานเกือบครึ่งเดือน นานพอที่จะสังเกตเห็นความเป็นไป ความเปลี่ยนแปลง และชีวิตผู้คน รวมทั้งได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากที่นั่นด้วย

แดดหนาวลมตกของบ่ายวันหนึ่ง ผู้เขียนเดินไปตามถนนลาดยางมุ่งสู่เมืองสิง ระยะทางไม่ถือว่าไกล เืกือบๆ 3 กิโลจากตัวเมืองน้ำทา มาเยือนครั้งนี้ ผู้เขียนไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า … เดินถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน พลันสายตาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดสีดำ ยืนพิงรถจัก (มอเตอร์ไซด์) อยู่ไกลๆ เค้าหน้าคล้ายภูวิ เดินเข้าไปใกล้จนแน่ใจว่าใช่ เลยส่งยิ้มทักทายเพื่อนเก่าที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง

ภูวิเองก็คงไม่คาดคิดว่า จะได้เจอผู้เขียนอีกครั้ง เรายืนคุยทักทายกันสักครู่หนึ่ง ภูวิจึงชวนไปบ้าน (ที่ภูวิเรียกว่าเล้าไก่) … เจอกันครั้งนี้ สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเพื่อนคนนี้ นอกจากหน้าตาที่ดูเหนื่อยล้า และคร่ำเคร่งขึ้น ยังสังเกตเห็นถึงความกังวล และครุ่นคิดแอบซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น

ภูวิพาเดินชมหมู่บ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติๆ กัน เห็นเด็กๆ กำลังวิ่งเล่นในสนามโรงเรียน เดินลัดเลาะไปอีกสักพักก็ถึงบ้านของภูวิ พ่อแม่ และน้องอยู่กันพร้อมหน้า สภาพบ้านของภูวิ เป็นกระต๊อบเล็กๆ ปลูกติดกับพื้นดิน ฝาบ้านเป็นไม้สาน หลังคามุงด้วยใบหวาย ภายในแบ่งพื้นที่มุมหนึ่งเป็นครัว มีตู้ และฝากั้นแบ่งพื้นที่เป็นห้องนอนของแต่ละคน พื้นที่รอบบ้านปลูกต้นไม้ เล้าไก่ เล้าหมู และเพิงเก็บฟืน กับอุปกรณ์ต่างๆ

ได้พูดคุยกับภูวิครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า ภาษาจีนของภูวิดีมากๆ ภูวิเล่าให้ฟ้งว่า ครอบครัวของภูวิเคยอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ชายแดนของสิบสองปันนา ทำให้มีโอกาสเรียนภาษาจีนอยู่ที่นั่นหลายปี หลังสงครามยุติ จึงย้ายกลับมาที่นี่ เลี้ยงชีพด้วยการทำนา และทำสวนยาง

เย็นนั้น ภูวิชวนกินข้าวเย็นที่บ้าน พ่อแม่ และน้องของภูวิอัธยาศัยดีมาก ถึงแม้มื้อค่ำนั้นจะเป็นอาหารธรรมดาๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น รอยยิ้ม และน้ำใจไมตรีของทุกคนที่หยิบยื่นให้

ก่อนจากกัน ภูวิพาไปเที่ยวบ้านญาติ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซด์มาส่งผู้เขียนที่เฮือนพัก … เรากล่าวคำอำลากัน และหวังว่าวันหนึ่งจะได้พบกันอีก

คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.