อ่าน => Many faces – คือคนในความทรงจำ
เราเจอกันครั้งแรก ต้นปี 2546 ในห้องเรียนภาษาจีนกลาง (ชั้นต้น) ม.ยูนนาน (云南大学) คุนหมิง (昆明)

ดาหลา/เหอ เหม่ย หลิง
“ดาหลา” หรือชื่อจีนว่า “เหอ เหม่ย หลิง” (和美菱) สาวน้อย (ณ ตอนนั้น อิอิอิ ตอนนี้กลายเป็นสาวเต็มพิกัดแล้ว) หุ่นเถ้าแก่เนี้ย ห้าวหาญ ติดดิน แต่รักสวยรักงาม พร้อมลุยทุกที่ และทุกสถานการณ์ ตรงไปตรงมา แมนเกินร้อย (กว่าผู้ชายบางคน) ไม่เอาเปรียบใคร และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้เรายังคบหากันอยู่ถึงทุกวันนี้ แถมดีกรีความสนิทสนมยังวิ่งตามวันเวลา (และอายุ) ด้วย
ตลอด 3 ปีกว่าๆ ที่เราเรียน กิน เที่ยว ไปไหนมาไหนด้วยกันในคุนหมิง และที่อื่นๆ นั่งรถ ลงเรือ ขึ้นเหนือล่องใต้ (ยังขาดแต่บุกน้ำลุยไฟ) นอนร่วมห้องในบางครั้ง (แต่ยังไม่เคยนอนร่วมเตียง 555) ทำกิจกรรมด้วยกันบ่อยๆ โดยเฉพาะการผจญภัย+ท่องเที่ยว เพื่อค้นหาความฝัน และเส้นขอบฟ้าตามที่ต่างๆ ในเมืองจีนด้วยกัน
เรามีฟิลลิ่ง และความฝันร่วมกันบ่อยๆ … ตั้งใจจะตะลอนเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ในเมืองจีนด้วยกัน ทุกครั้งที่เราเตรียมแท็กทีม แบกเป้ขึ้นหลัง เราต่างฝันถึงการเดินทางที่กำลังจะเกิดขึ้น ฝันถึงจุดหมายที่เราจะไปให้ถึง ฝันถึงผู้คนแปลกหน้า บรรยากาศต่างเมือง ฯลฯ เราสนุกกับความฝัน และพร้อมจะเดินเข้าใกล้ความฝันของเรา และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เราไปที่ไหนๆ เราไม่เคยคิดทิ้งกัน
เราตามหาความฝันที่รออยู่ข้างหน้า ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ตามลมหายใจที่เปรียบดั่งเข็มทิศนำทางเราไปสู่จุดหมาย … ความสุขครั้งใหม่กำลังโบกมือต้อนรับเราอยู่ ทั้งในระหว่างทาง และที่ปลายทางแห่งฝัน
ในการเดินทางแต่ละครั้ง คนหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุ๋น คอยวางแผนเตรียมการเดินทาง อ่านหนังสือ หาข้อมูล เตรียมของใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ในขณะที่อีกหนึ่งจะเป็นฝ่ายบู๊ เตรียมพร้อมลุยไปทุกที่ เมื่อสองเท้า และหัวใจของเราพร้อมออกเดินทาง
เรายังจำได้ดีถึงภาพเหตุการณ์ร่วมผจญภัยครั้งแรก กับทริปตกเครื่องบินจากคุนหมิงไปจิ่งหง (景洪) หรือเชียงรุ่ง สิบสองปันนา (西双版纳) เพื่อนั่งเรือบรรทุกสินค้าล่องลำน้ำหลานชาง (澜沧江) หรือแม่น้ำโขง (湄公河) จากท่าเรือกวนเล่ย (关累) มาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย ด้วยความชะล่าใจ และลืมเผื่อเวลารถติด ทำให้ไปไม่ทันเที่ยวบิน แต่ (อีกแล้ว) เที่ยวบินถัดไปยังอ้าแขนรอเราอยู่ แต่ก็ยังไม่วายเป๋อเปิ่นเดินเล่น ดูนั่นดูนี่ ชมนกชมไม้ในสนามบิน นั่งคุยไปกินขนมไป เพลิดเพลินใจสุดๆ จนลืมเวลา ลืมฟังเสียงประกาศเรียกผู้โดยสาร 2 คนสุดท้ายให้มาขึ้นเครื่องเดี๋ยวนี้ แหะๆๆ … เกือบทำสถิติตกเครื่อง 2 เที่ยวซ้อน
เช้าวันรุ่งขึ้น เราเช่าจักรยานขี่รอบเมืองจิ่งหง ก่อนจะงีบเอาแรงในตอนบ่าย ตื่นมาตอนเย็น จะปั่นจักรยานคืนเจ้าของ แต่ดันหากุญแจล็อกรถคันหนึ่งไม่เจอ (หาเท่าไรก็หาไม่เจอ) ทั้งที่วางทิ้งไว้ข้างหัวเตียงแท้ๆ สุดท้ายต้องแบกจักรยานยัดท้ายรถแท็กซี่นั่งไปคืนเจ้าของ เป๋อกว่านี้ ได้อีกนะเนี่ย 555 และรวมถึงภาพเหตุการณ์ที่เรานอนคุดคู้ในเคบินแคบๆ บนเรือขนสินค้ากลางดึกอันเงียบสงัดบนลำน้ำโขง เมื่อเรือต้องจอดค้างคืนรอเวลาเช้าจึงจะออกเดินทางต่อ
เรามีฝันว่า จะไปตะลอน และตะลุยซินเจียง (新疆) “เส้นทางสายไหม” (丝绸之路) ทั้งสายเหนือ และสายใต้ ไปให้สุดฝัน ตรงพรมแดนด้านตะวันตกของประเทศจีน … ไปนั่งทอดหุ่ยดูเทือกเขาอัลไตในเต็มสองลูกกระตาที่ “ทะเลสาบคานาส” (喀纳斯) กางเต้นท์นอนฟังเสียงสายน้ำสัก 2-3 คืน จากนั้น ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ร่ำลือว่างดงามยิ่งนักที่ “เหอมู่ชุน” (禾木村)
เราฝันว่า จะไปเดินนับขั้นบันไดของ “พระราชวังโปตาลา” (布达拉宫) นครหลวงลาซ่า (拉萨) ทิเบตอีกสักครั้ง หรือหลายๆ ครั้ง นั่งดูพุทธศาสนิกชาวทิเบต เดินทักษิณาวัตร และหมุนวงล้อภาวนารอบพระราชวัง พอถึงเวลาเย็นก็ตามชาวทิเบตเข้าไปกราบ “พระศากยมุนี” พระประธานในวัดโจคัง ก่อนจะออกมาเดินทักษิณาวัตรรอบวันให้ครบ 3 รอบ พร้อมหมุนวงล้อภาวนา และสวด “โอม เม เน เป เม เซ หุม” ไปด้วย
เราฝันว่า จะไปเดินเท้าที่โตรกเสือกระโจน (虎跳峡) ให้ครบตลอดระยะทางทั้ง 3 ช่วงของหุบเหวระบือนาม และยิ่งใหญ่แห่งนี้ หรืออาจจะเดินเลยไปถึงเทือกเขาฮาปา (哈巴雪山) ด้วยนะ (อันนี้ ฝันล่วงหน้า อิอิอิ)
เราฝันว่า จะไปนอนดูภูเขาเหมยลี่ (梅里雪山) ในคืนพระจันทร์เต็มดวงของปลายฤดูใบไม้ร่วงที่เต๋อชิน (德勤) ก้มกราบภูเขาแห่งความศรัทธา และศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบต จากนั้นเราจะไปนอนหนาวที่เต้าเฉิง (稻城) และย่าติง (亚丁) เพื่อพิสูจน์ความหนาว ความสูง และความอึดกันหน่อย
เรายังมีฝันที่จะเดินทางร่วมกันอีกหลายเส้นทาง …
ทุกวันนี้ เถ้าแก่เนี้ยดาหลาทำธุรกิจท่องเที่ยวประเทศจีนที่กำลังไปได้สวย และดีวันดีคืน
ความเห็นล่าสุด