Archive

Archive for มกราคม, 2009

เดินเล่นย่านเกาะรัตนโกสินทร์

เมื่อวาน (20 ม.ค. 51) พาเพื่อนต่างชาติ ชาวจีนมุสลิม (ชนชาติหุย – 回族) เที่ยวชม และเดินเล่นย่านเกาะรัตนโกสินทร์ เที่ยววัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) มิวเซียมสยาม (อีกสักครั้ง – ช่วงนี้ไปมิวเซียมบ่อย) และวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)

ให้ภาพเล่าเรื่อง (ไปก่อน) กำลังทำเวลา เดี๋ยวไม่ทันขบวนรถไฟล่องใต้ แล้วจะกลับมาเล่าเรื่อง (ด้วยตัวอักษร) อีกครั้งหนึ่ง

พระน�น วัดโพธิ์

พระนอน วัดโพธิ์

ศรัทธา

ศรัทธา

ดูภาพเพิ่มเติม => AnOtheR GunThaSiTH’s WeB

พุทธิปัญญา

หนึ่งในห้องนิทรรศการ “เรียงความประเทศไทย” ของมิวเซียมสยาม (Museam Siam) ที่จัดแสดงในห้องเล็กๆ มืดๆ ทว่ากลับซ้อนนัยที่ลึกซึ้ง คือห้อง “พุทธิปัญญา” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวการเข้าสู่ดินแดนสุวรรณภูมิของพุทธศาสนา และหัวใจของพุทธศาสนา (เย ธมฺมา) ฯลฯ

“พุทธิปัญญา” จักเกิด ถ้าเราเปิดให้แสงสว่างแห่งปัญญาเข้าถึงจิตใจ

img_1246

พุทธศาสนาสู่สุวรรณภูมิ

คาถา เย ธมฺมา - หัวใจพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ

คาถา เย ธมฺมา - หัวใจพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิ

�ะไร คื� "หัวใจ" แห่งพุทธศาสนา

อะไร คือ "หัวใจ" แห่งพุทธศาสนา

เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี ...

เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี ...

ดูภาพเพิ่มเติม => AnOtheR GunThaSiTH’s WeB

อ่าน => มิวเซียมสยาม

มิวเซียมสยาม

คนไทย คือใคร ?”, “สุวรรณภูมิอยู่ที่ไหน ?”,  “แผ่นดินทอง คือสุวรรณภูมิ ?”, “ก่อนเป็นสยามประเทศ ?”, “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ?”, “กรุงเทพฯ เป็นมาอย่างไร ?” และคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถค้นหาคำตอบได้ที่นี่ … มิวเซียมสยาม

museum_siam

อาคารมิวเซียมสยาม (กระทรวงพาณิชย์เก่า)

ภาพอ้างอิงจาก => เว็บไซต์มิวเซียมสยาม

วันหยุด หรือวันว่างลองเปลี่ยนสถานที่ที่เคยไปซ้ำๆ เช่น การเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้ามาเป็นการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ดีๆ สักแห่ง มิวเซียมสยาม (Museum Siam) พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แนวใหม่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปหาบรรยากาศ เหตุการณ์ และเรื่องราวที่บอกถึงรากเหง้า จิตวิญญาณ ความเชื่อ ตัวตน ผู้คน และอื่นๆ ผ่านประวัติศาสตร์ของดินแดนที่ก่อกำเนิดเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

มิวเซียมสยาม ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถนนสนามไชย พระนคร กรุงเทพฯ (ตรงข้ามโรงเรียนราชบพิตร) สถานที่แห่งนี้ เดิมคือกระทรวงพาณิชย์ ก่อนได้รับการปรับปรุงให้เป็นมิวเซียมสยามในปัจจุบัน อาคารพิพิธภัณฑ์ฯ ทั้ง 3 ชั้น ได้จัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่อง “เรียงความประเทศไทย” โดยแบ่งเป็นห้องนิทรรศการทั้งหมด 17 ห้อง ไล่เรียงตามลำดับตั้งแต่ชั้น 1 ข้ามไปชั้น 3 และย้อนกลับมาชั้น 2 ดังนี้

ชั้น 1 เบิกโรง, ไทยแท้

ชั้น 3 เปิดตำนานสุวรรณภูมิ, พุทธิปัญญา, กำเนิดสยามประเทศ, สยามประเทศ, สยามยุทธ์

ชั้น 2 แผนที่ ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ, กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา, ชีวิตนอกกรุงเทพฯ, แปลงโฉมสยามประเทศ, กำเนิดประเทศไทย, สีสันตะวันตก, เมืองไทยวันนี้, มองไปข้างหน้า

และห้องสุดท้าย ชั้น 1 ตึกเก่าเล่าเรื่อง

แต่ละห้องร้อยเรียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของดินแดนสุวรรณภูมิ ก่อนจะกลายมาเป็นประเทศไทยผ่านมิติต่างๆ เช่น อารยธรรม, การกสิกรรม, การพาณิชย์, การปกครอง, วัฒนธรรม, ประเพณี, ศาสนา, ความเชื่อ, สงคราม, ชาติพันธุ์, การสร้างชาติ ฯลฯ

img_1381

อีกมุมหนึ่งของมิวเซียมสยาม

คนไทย(แท้)หรื�เปล่า

คนไทย(แท้)หรือเปล่า

ค้นหาเรื่�งเล่า และตำนานเกี่ยวกับสุวรรณภูมิ

ค้นหาเรื่องเล่า และตำนานเกี่ยวกับสุวรรณภูมิ

กระบวนเรื�พยุหยาตราชลมารค

กระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค

กำเนิดประเทศไทย

กำเนิดประเทศไทย

ดูภาพเพิ่มเติม => AnOtheR GunThaSiTH’s WeB

มิวเซียมสยาม เปิดทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ (10:00 – 18:00 น.) ไม่เก็บค่าเข้าชม

ข้อมูลเพิ่มเติม => เว็บไซต์มิวเซียมสยาม

ต่างฝ่ายต่างเงียบ

มกราคม 10, 2009 ใส่ความเห็น

พระพุทธศาสนา นิกายเซน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะนิทานเซนที่แฝงปริศนาธรรมไว้อย่างคมคาย ลุ่มลึก และชวนขบคิด เช่นนิทานเซนเรื่อง “ชาล้นถ้วย” หรือ “ประตูสวรรค์” รวมทั้ง เรื่อง “ต่างฝ่ายต่างเงียบ”

เรื่องมีอยู่ว่า พระเซน 4 รูปตกลงกติกาก่อนนั่งกรรมฐานว่าจะไม่พูดกันเลยตลอด 7 วัน

วันที่หนึ่งผ่านไปด้วยดี พระทุกรูปต่างนั่งกรรมฐานอย่างสงบเงียบ

แต่พอตกดึก ตะเกียงน้ำมันที่จุดไว้หรี่ลง เพราะน้ำมันจวนหมด

พระรูปหนึ่งทนนิ่งต่อไปไม่ได้ จึงตะโกนบอกลูกศิษย์ว่า “เฮ้ย เติมน้ำมันตะเกียงหน่อย”

พระรูปที่สองจึงร้องเตือนว่า “ไหนว่าไม่พูดไงล่ะ”

พระรูปที่สามทนไม่ได้ จึงโพล่งออกมาว่า “พูดทำไม พวกคุณนี่โง่จัง”

พระรูปสุดท้ายกล่าวด้วยความภูมิใจว่า “คงมีแต่เราคนเดียวที่ไม่พูดเลย”

—————————————————————————————————

อ้างอิงจาก “เนื้อติดกระดูก” (Zen flesh Zen bones) งานแปลของอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก

สุนัขสวดมนต์ไหว้พระ

มกราคม 9, 2009 ใส่ความเห็น
โคนันกำลังสวดมนต์ไหว้พระ

โคนันกำลังสวดมนต์ไหว้พระ

ผมชื่อ “โคนัน” สุนัขพันธุ์ชิวาวา ผมอาศัยอยู่ในวัดซูริ คันนอนโด (Shuri-kannondo) เมืองนาฮา (Naha) เกาะโอกินาวา (Okinawa) ประเทศญี่ปุ่น ทุกวันตอนเช้าๆ และตอนเย็นๆ ผมจะต้องเดินตามเจ้านายของผม พระโจเอะ โยชิคูนิ (Joei Yoshikuni) ไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระหน้าแท่นบูชา เจ้านายของผมหัดให้ผมนั่งสองขา ยกสองมือ เอ๊ย ยกสองขาหน้าขึ้นมาไว้ในท่าพนมมือ สายตาของผมยังจ้องไปที่พระพุทธรูปด้วย ผมทำท่าได้เหมือนเจ้านายไม่ผิดเพี้ยนเลย ใช่ไหมครับ

ภาพ และข้อมูลอ้างอิงจาก Metro.co.uk

วังเวียง (จบ)

4 ธันวาคม 51, ริมหาดน้ำซอง

ถ้าเปรียบสายน้ำ และภูผาที่วังเวียงเป็นภาพวาด วังเวียงก็เป็นภาพวาดที่มีชีวิต เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง สายน้ำ ภูผา ท้องฟ้า และชีวิตล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้วังเวียงดูงดงาม และลงตัว ถ้าบินได้เหมือนนกบนท้องฟ้า แล้วมองลงมา ภาพที่สวยที่สุดภาพหนึ่งของวังเวียง คือ ภาพสายน้ำซองแยกเป็นสองสาย สายหนึ่งไหลเป็นโค้งน้ำสวยมุ่งไปทางใต้ อีกสายหนึ่งแยกเป็นลำน้ำเล็กๆ ไหลเอื่อยๆ เลียบเมืองทางตะวันออก ก่อนจะมาบรรจบกันอีกครั้งหนึ่งบริเวณสะพานไม้ข้ามฟาก

โค้งน้ำสวย

โค้งน้ำสวย

ยามเย็นที่ตรงนี้ คึกคัก และมีชีวิตชีวา … แต่ละชีวิต (และไม่มีชีวิต) ต่างทำหน้าที่ของตน ฝูงวัวกำลังข้ามลำน้ำซอง เรือหางยาวแล่นทวนน้ำนำนักท่องเที่ยวเที่ยวชมทิวทัศน์สองฟากฝั่ง บ้างก็พายเรือกลับฝั่ง ชาวบ้านแจวเรือผ่านหน้าไปอย่างช้าๆ บ้างส่งยิ้ม และโบกมือทักทายกัน พระอาทิตย์กำลังจะบอกลาวังเวียง และผู้คน แสงสุดท้ายสะท้อนเหลี่ยมผา ก้อนเมฆ และสายน้ำ ท้องฟ้าเปลี่ยนจากเหลืองทองเป็นชมพูเจือฟ้า มองเห็นควันไฟที่ชาวบ้านก่อไว้รับไออุ่น ภูผาหินปูนทอดตัวยาวเป็นธรรมชาติปราการโอบล้อมเมืองไว้ … ขอเธอจงหลับตาลง แล้วฟังเสียงคีตแห่งสายน้ำ ขับกล่อมผู้คนไม่รู้กาล

พายเรื�กลับฝั่ง

พายเรือกลับฝั่ง

ค่ำแล้ว … คืนนี้บอกลาคืนสุดท้ายที่วังเวียง โดยการเดินเล่นรอบตัวเืมือง เดินนับจำนวนรถเข็นขายโรตีที่มีอยู่มากมายทุกถนน วันนี้พ่อค้าแม่ขายพร้อมใจออกมาขายโรตีถึง 23 ราย ก่อนจะหยุดที่รถเข็นของคุณน้าผมสีดอกเลา อุดหนุนโรตีของคุณน้าเหมือนทุกคืน เดินกลับเฮือนพัก ยืนคุยกับลุงเพชร ก่อนล้มตัวลงนอนในอ้อมกอดแห่งรัตติกาล

เรื่องเล่าที่วังเวียงจบลงตรงนี้ … ด้วยภาพ “พระจันทร์ยิ้มที่วังเวียง” และ “ภาพสุดท้ายที่วังเวียง”

พระจันทร์ยิ้มที่วังเวียง

พระจันทร์ยิ้มที่วังเวียง

พระจันทร์ยิ้มจริงๆ ด้วย

พระจันทร์ยิ้มจริงๆ ด้วย

ภาพสุดท้ายที่วังเวียง

ภาพสุดท้ายที่วังเวียง

ดูภาพเพิ่มเติม => ภาพเล่าเรื่อง
อ่าน => วังเวียง (ตอนแรก) และ วังเวียง (ต่อ)

ราตรีสวัสดิ์ :-) ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบพระจันทร์

วังเวียง (ต่อ)

2 ธันวาคม 51, วันชาติลาว

img_0953

นักท่องเที่ยวรอรถที่ขนส่งใหม่

วันนี้ปั่นรถถีบไปตลาดวังเวียง และคิวรถขนส่งใหม่ … ดูจากปริมาณฝุ่นที่เกาะตามตัวอาคาร บอกให้รู้ว่าบ่อน (สถานที่) ทั้งสองแห่ง เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ตลาดวังเวียงเช้านี้ค่อนไปทางเงียบเหงา ผู้คนบางตา สงสัยเป็นเพราะสายมากแล้ว หรือเป็นเพราะตลาดย้ายมาอยู่นอกเมืองไปหน่อย จะย่าง (เดิน) หรือปั่นรถถีบมาก็ต้องใช้เวลาพอสมควร คิวรถขนส่งดูเหงาๆ มีรถสองแถวจอดรอผู้โดยสารอยู่ 2-3 คัน กับรถ VIP รอเวลาเดินทางไปเวียงจันทร์ หลังจากเดินเตร่สำรวจรอบๆ คิวรถไปมาสักครู่ ก็ปั่นรถถีบกลับตัวเมือง ปั่นไปดูวัด โรงหมอ โรงเรียน … แดดเที่ยงๆ ที่ไหนๆ ก็ร้อนพอๆ กัน เลยเลี้ยวรถถีบเข้าไปหลบร้อนใต้ต้นไม้ในวัด … เพิ่งจะบ่ายโมงหน่อยๆ คิดไม่ออกว่าจะปั่นรถถีบไปไหนดี งั้นปั่นไปคืนเจ้าของร้านแล้วกัน

หลังจากโซ้ยอาหารมื้อเที่ยง (เฝอ + ส้มตำ + ข้าวจี่) เสร็จเรียบร้อย เวลาครึ่งบ่ายที่เหลือหมดไปกับการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต … นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับสะหวันนะเขต และจำปาสัก และคุยกับ “น้อย” น้องคนดูแลร้านเน็ตไปด้วย (น้อยเป็นคนเวียงจันทร์ เพิ่งมาเฮ็ดเวียก (ทำงาน) ที่วังเวียงได้ 3 เดือน) น้อยแนะนำให้ไปเที่ยวชมถ้ำในวังเวียง … ออกจากร้านเน็ต ย่างกลับเฮือนพัก เจอลุงเพชร (เจ้าของเฮือนพัก) นั่งสูบบุหรี่อยู่

“คืนนี้ ค่อยคุยกันนะลุง ตอนนี้จะไปเดินเล่นหมู่บ้านข้างหลัง (ทางไปถ้ำปูคำ) ก่อน”

ตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ หมู่บ้านข้างหลังมีเฮือนพักรับนักท่องเที่ยวอยู่ 2-3 แห่งเท่านั้น ที่เหลือเป็นเฮือนของชาวบ้าน ปลูกเรียงรายสองข้างทาง เดินไปตามถนนไม่ไกลนัก ก็เจอกับไร่นา และสวนผัก มองเห็นผาแดงยืนตระหง่านกลางทุ่งนาอยู่ไกลๆ ระยะทางไปผาแดง และถ้ำปูคำไม่ไกลเกินกว่าที่จะปั่นรถถีบถึง … เพราะฉะนั้น มื้ออื่น (พรุ่งนี้) จะไปเยือนผาแดง และเที่ยวถ้ำ ส่วนตอนนี้ และอากาศยามเย็นแบบนี้เหมาะกับการเดินเล่นทวนสายน้ำไปนั่งเล่นริมหาด

ริมหาดน้ำซอง เจอสองเด็กน้อยกำลังจับลูกดวน (ลูกอ๊อด)

img_0930

ลูกดวนในลำน้ำซอง

“จับไปทำอะไร”

“เอาไปเลี้ยง โตแล้วค่อยเอามาปล่อย”

“พ่อมาจากไหน” (เด็กเรียกเราว่าพ่อ)

“มาจากปลายน้ำ ฟากโน้น” (ตอบกวนเด็กอีก)

“งั้นพ่อช่วยจับ”

“ทำไมใจดี ที่บ้านรวยเปล่า”

(นึกฉงนกับคำถามเด็ก)

“ใจดีกับรวย ไม่เกี่ยวกันนะหนู คนไม่รวยก็เป็นคนใจดีได้ คนรวยก็อาจจะไม่ใจดีก็ได้”

จับลูกดวนกับเด็กๆ ร่วมครึ่งชั่วโมง ก็ได้เวลากลับเข้าเมืองหาของกิน

“พ่อมีเงินไหม ขอเงินได้เปล่า” เจอมุขเดิมๆ ของเด็กอีกแล้ว

“ไม่มี … หนูจะขอเงินจากคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ได้นะ”

ไม่รู้ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน ใครสอนให้ขอเงินนักท่องเที่ยวก็ไม่รู้ เจอคำถามแบบนี้บ่อยๆ หลายช่วงของการเดินทาง แต่ก็ไม่รู้สึกแย่ หรือเสียความรู้สึกอะไร (โลกยังมีอะไรที่แย่กว่านี้เยอะ)

จัดการอาหารมื้อเย็นเรียบร้อย เดินไปหา “น้อย” ขอยืมแผนที่ไปถ้ำปูคำ

น้อยบอก “เอาไปเลย ไม่ต้องคืน”

ขอบใจในความใจดี และมิตรไมตรีที่มีให้กัน

3 ธันวาคม 51

อรุณสวัสดิ์ “วังเวียง” เช้านี้ตื่นนอนตามปกติ เดินข้ามสะพานไม้ไปฝั่งตัวเมือง มองหาร้านเช่าจักรยานเสือภูเขาราคาถูกๆ วันนี้จะขี่เสือไปเที่ยวถ้ำ และผาแดง จัดการเสบียง และน้ำดื่มเรียบร้อย เข็นจักรยานข้ามสะพานย้อนเส้นทางเดิม … ปั่นเสือภูเขาไปเรื่อยๆ สองข้างทางไปถ้ำปูคำเป็นหมู่บ้านคนลาวลุ่ม คนเวียด และคนม้งสลับกับทุ่งนา แปลงผัก มีภูผาหินปูนเป็นฉากหลัง ประมาณ 6 กม. จึงจะถึงจุดหมาย ขณะหยุดดูป้ายบอกทางเทียบกับแผนที่ เจอเพื่อนร่วมทาง ปั่นจักรยานตามมาอีกหนึ่ง

“มาจากไหน”

“สิงคโปร์”

“หนี ห่าว”

(บทสนทนาที่เหลือ สื่อสารกันด้วยภาษาจีนกลาง)

เด็กม้ง

เด็กม้ง

ระหว่างทาง เจอธารน้ำใส และแดดสวย เห็นเด็กม้งกำลังเล่นน้ำอยู่ในลำธาร เลยแวะทักทาย เล่นน้ำกับเด็ก

“วันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือ”

“….”

“ชื่ออะไร”

“….”

“บ้านอยู่ไหน”

เด็กชี้ไปทางด้านหลัง

(ก็เข้าใจคำถามนี่ นึกว่าพูดไม่ได้ มาทราบภายหลังว่าเด็กม้งที่ยังไม่เข้าโรงเรียน ส่วนใหญ่ยังพูดภาษาลาวไม่ได้ รวมถึงภาษาไทยด้วย)

“ถ่ายรูปไหม”

เด็กพยักหน้า

“ยิ้มหน่อย”

แชะๆๆๆ

ถ่ายรูปเสร็จ เตรียมปั่นจักรยานไปต่อ เด็กแบมือขออะไรสักอย่าง เลยหยิบขนมส่งให้ นี่ขนาดพูดไม่ได้ ยังขอขนมเป็นด้วย

“ถ้ำปูคำ” เป็นถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่บนภูผาสูงชัน การเที่ยวถ้ำแห่งนี้ต้องเริ่มจากการปีนป่ายภูเขาขึ้นไปทีละก้าว ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง มิฉะนั้นอาจตกลงมาแข้งขาหักได้ คำเตือน “เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา รวมทั้ง ผู้กลัวความสูง ควรหลีกเลี่ยงการปีนถ้ำปูคำ” และอย่าลืมพกไฟฉายเข้าไปด้วย เพราะภายในถ้ำแสงสว่างค่อนข้างน้อยถึงมืดสนิท (ไม่มีไฟฟ้า) ลูกศรบอกทางไม่ค่อยมี ทางเดินวกวน เดี๋ยวปีนขึ้น เดี๋ยวปีนลง เดี๋ยวต้องทำตัวลีบๆ ลอดช่องแคบๆ ต้องระวังศรีษะจะชนหินย้อย เท้าจะสะดุดหินงอก เดินไม่ระวังอาจพลัดกลิ้งตกลงไปในแอ่ง หรือหลุมได้ เดินไปเดินมาอาจหลง หาทางไป และทางออกไม่เจอ เพื่อป้องกันปัญหานี้ นักเที่ยวถ้ำสามารถใช้บริการคนนำทางหน้าปากถ้ำได้

img_1019

ถ้ำปูคำซ่อนตัวอยู่ในภูผาเบื้องหน้า

ฝูงปลาแหวกว่ายไปมาในธารน้ำใส หน้าถ้ำปูคำ

ฝูงปลาแหวกว่ายในธารน้ำใส หน้าถ้ำปูคำ

หลังจากเดินสำรวจ และเดินหลงในถ้ำ 2-3 รอบ ประเมินคร่าวๆ จากสายตา (และในความมืด) ได้ว่า ถ้ำปูคำสวยพอประมาณ นอกจากหินงอก หินย้อยในถ้ำแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นักเที่ยวถ้ำอยากจะมาดู (หรือเปล่า) คือ “ปูคำ” สิ่งมีชีวิตซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ แต่วันนี้ สงสัย “ปูคำ” จะเล่นตัว ไม่ยอมออกมาให้ยลโฉม … หลังจากโผล่พ้นปากถ้ำออกมานั่งพักเหนื่อยสักครู่ใหญ่ ก็สมควรแก่เวลาปีนลงมายังพื้นราบ … หน้าถ้ำมีลานกว้างให้นั่งตากแดด ผึ่งลม ดูนักท่องเที่ยวแหวกว่ายไปมาท่ามกลางฝูงปลาในธารน้ำใส สีมรกตสวย … บ่ายแก่ๆ ปั่นเสือภูเขาย้อนกลับทางเดิม พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน ยังมีเวลาแวะผาแดง … ปีนเขา (อีกแล้วหรือ) ขึ้นไปดูตัวเมืองวังเวียงยามเย็น

img_1024

ผาแดง

ดูภาพเพิ่มเติม => ภาพเล่าเรื่อง

บรรยายกาศยามนี้ เงียบสงัด ประหนึ่งกาลเวลาหยุดเคลื่อนไหว

ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงลมพัด เสียงใบไม้

แล้วก็เสียงลมหายใจของตนเอง

แหงนหน้าดูผาแดงในระยะประชิด

ยิ่งใหญ่ และน่าเกรงขาม

แสงอาทิตย์กำลังจะบอกลาขอบฟ้า

รัตติกาลค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมเมืองในหุบเขา และสายน้ำ

ราตรีสวัสดิ์ “วังเวียง”

ใจ

มกราคม 4, 2009 1 comment

รู้ใจ … หัวใจ ฝากใจ ใจดี เชื่อใจ ประทับใจ มอบใจ ไว้ใจ อุ่นใจ ขัดใจ จำใจ ลองใจ เสียใจ

ใจแข็ง เผาใจ ใจร้อน ใจอ่อน ใจละลาย ใจหาย จนใจ ตกใจ เหงาใจ เปลี่ยวใจ หนาวใจ ทุกข์ใจ

ร้อนใจ ใจร้าย ใจแคบ ใจบอด ใจจืด ใจดำ ใจทราม ถูกใจ ล่อใจ หวานใจ มีใจ สนใจ ชอบใจ

สั่งใจ แข็งใจ ต้องใจ ใจง่าย ใจสั่น ข่มใจ ห้ามใจ หวั่นใจ หนักใจ กวนใจ เผลอใจ เต็มใจ เป็นใจ

ใจซุกซน ใจละเมอ สองใจ ปันใจ ชั่งใจ ต่างใจ หลายใจ ขอใจ ให้ใจ ส่งใจ แนบใจ นอกใจ

ตายใจ เจ็บใจ บาดใจ ช้ำใจ แผลใจ ทำใจ ล้างใจ เก็บใจ พักใจ ตามใจ คืนใจ กลับใจ ลังเลใจ

เปลี่ยนใจ ปลอบใจ ได้ใจ ดีใจ เย็นใจ ชื่นใจ เปิดใจ ดูใจ เห็นใจ เข้าใจ มั่นใจ กำลังใจ สุขใจ

ใจงาม หายใจ เบาใจ ถอนใจ สบายใจ ใจชื้น ใจเย็น ซึ้งใจ ใจลอย จับใจ ฝังใจ จริงใจ จิตใจ

จากใจ ถึงใจ ลึกสุดใจ ทะเลใจ เพื่อนใจ ขอบใจ แทนใจ น้ำใจ ใจกว้าง วัดใจ ด้วยใจ กลางใจ

ใจคน ซื้อใจ ดวงใจ ใจเดียว ขืนใจ แล้งน้ำใจ เหนื่อยใจ ไม่มีใจ ไม่รู้ใจ ฝืนใจ ผิดใจ หมดใจ

ปวดใจ เศร้าใจ ป่วยใจ ขาดใจ … หยุดหายใจ

Categories: บันทึกไม่ทุกวัน ป้ายกำกับ:

พรดีปีใหม่

มกราคม 2, 2009 ใส่ความเห็น

ปีใหม่นี้ เลือกที่จะอยู่บ้าน นอนเอกเขนกอ่านหนังสือ

วันนี้กำลังอ่าน “เปลี่ยนใจ” หนังสือรวมบทความของพระไพศาล วิสาโล

บางส่วนของบทความ ท่านกล่าวไว้ว่า “พรที่ควรตั้งจิตปรารถนาในวันขึ้นปีใหม่ก็คือ ขอให้เรามีความเพียรในการพัฒนาคุณภาพจิตของตนอย่างไม่รู้จักท้อ มีความมั่นใจ และเปี่ยมด้วยความหวังว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีงามให้เกิดขึ้นแก่จิตใจของเรา จนพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่างข้างหน้า แม้จะเป็นสิ่งเลวร้ายก็ตาม เพราะเชื่อว่าจิตที่พัฒนาแล้วย่อมสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี เปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุข เปลี่ยนโทษให้เป็นคุณได้ดุจเดียวกับต้นไม้ที่สามารถเปลี่ยนแดดร้อนให้เป็นร่มเงาที่เย็นสบาย และเปลี่ยนปฏิกูลให้เป็นดอกไม้อันงดงามได้ฉะนั้น”

สวัสดีปีใหม่

ธรรมย่อมคุ้มครองผู้รักษาธรรม

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.